ข้อควรคำนึงถึง

เมื่อเข้าแทรกแซงเพื่อหยุดการคุกคาม

1
2
3
4
5
6
7
8

ประเมินสถานการณ์ก่อนเข้าแทรกแซงทุกครั้ง และเลือกวิธีการที่เหมาะสมและไม่เป็นอันตรายกับตนเอง

ในการเข้าแทรกแซง ให้คิดเสมอว่าเรากำลังปฏิบัติตามหน้าที่ เพราะในฐานะเจ้าหน้าที่ประจำยานพาหนะ เรามีอำนาจหน้าที่ในการดูแลความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยของผู้โดยสาร

ถ้ามีพนักงานคนอื่นอยู่ด้วย พนักงานที่เห็นเหตุการณ์ควรแจ้งให้พนักงานอื่นรับรู้ด้วย หากจำเป็น อาจชวนพนักงานอื่นเข้าไปช่วยแทรกแซงเพื่อหยุดเหตุการณ์

การพูดกับผู้คุกคาม ให้พูดด้วยน้ำเสียงมั่นคงและเสียงดังฟังชัด เพื่อให้ผู้คุกคามเกิดความยำเกรง และเพื่อให้ผู้โดยสารรอบข้างร่วมรับรู้ ช่วยเป็นแรงกดดัน ยื่นมือเข้าช่วยเหลือ หรือช่วยเป็นพยานให้เรา

ในการเข้าแทรกแซง พนักงานงานควรงดใช้คำพูดที่หยาบคาย หรือแสดงท่าทีว่าจะใช้ความรุนแรงกับผู้คุกคาม เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้คุกคามหาเหตุร้องเรียนเรากลับได้

หลังจากหยุดพฤติกรรมการคุกคามได้แล้ว หากคู่กรณีหรือผู้คุกคามยังอยู่บนยานพาหนะ พนักงานควรเช็คสถานการณ์เป็นระยะ เพื่อให้แน่ใจว่าผู้คุกคามไม่ได้กระทำกับผู้โดยสารคนเดิมหรือคนอื่นซ้ำอีก

เมื่อเหตุคุกคามยุติลงแล้ว ควรแนะนำให้ผู้ที่ถูกคุกคามเข้าแจ้งเหตุกับหน่วยงานผู้ให้บริการขนส่งสาธารณะ หรือเจ้าหน้าที่ตำรวจ และส่งมอบหลักฐานภาพถ่ายหรือคลิปวิดีโอให้ผู้ที่ถูกคุกคามใช้ประกอบการแจ้งเหตุ และอาจเสนอตัวเป็นพยานด้วย

เมื่อประสบเหตุการณ์การคุกคามทางเพศขณะให้บริการขนส่ง พนักงานควรรายงานเหตุดังกล่าวให้หัวหน้างานหรือผู้บังคับบัญชารับทราบทุกครั้ง เพื่อหาทางป้องกันปัญหาที่อาจขึ้นอีกในอนาคต